ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ความฝันที่เป็นจริงของข้าพเจ้า

20 ส.ค. 2551, 10:29 น.

ราวช่วง เดือน พฤษภาคม ได้ทราบข่าวการรับสมัคร นักสู้ เข้าร่วมการแข่งขัน kof (mma) ครั้งแรก ในประเทศไทย ผมได้เห็นแล้ว ก็ดีใจมากรีบสมัครเข้าร่วมทันที เพราะ เคยฝึกมวยไชยาอยู่ 2 ปี ไม่เคยได้ต่อยกับใครจริงๆ เลยสักครั้ง แม้ปัจจุบัน จะมารับราชการเป็นนิติกรระดับ 4 ห่างหายการฝึกไปกว่า 3 ปี แล้วก็ตาม เห็นว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ทำตามความฝันสักครั้ง แม้ร่างกายก็ไม่สมบูรณ์จากการถูกรถชนเมื่อ 2 ปีก่อน ขาไม่ค่อยดี แถมเป็นหวัด ซึมๆ อยู่ เป็นเดือนก่อนแข่ง แถมยังต้องลดน้ำหนักอีก 4 กิโลกว่า แต่ช่างมันเถอะ ถ้าไม่สู้ตอนนี้ ก็คงจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว

28 /6/51

แข่งรอบแรกรุ่น -55 กิโล กับ blink คาราเต้ฟูลคอนแท็คสายดำ จาก ไทยญี่ปุ่นดินแดง
แมตนี้เป็นแมตแรกในชีวิตบนสังเวียนผืนผ้าใบ ที่เวที มวยอัศวินดำ รามอินทรา ติ่นสนามมากๆ ขนาดเดินเข้ามุมผิด และจำมุมของตัวเองไม่ได้ว่า มุมน้ำเงิน หรือมุมแดง คู่ต่อสู้ คือ คุณ blink แข็งแรง ดุดันมาก มีอาวุธ คือ หมัด และ เตะได้รวดเร็ว แถมอึดอีกต่างหาก ได้ความตอนหลังว่า เขาวิ่งวันละ 20 รอบ แหนะ แต่ก็อาศัย ไม้เด็ด มุดบาดาล ลอดแข้ง ตามด้วยเหวี่ยงหมัด ตาม จึงเอาตัวรอด ชนะคะแนนมาได้

16/8/51
แข่งรอบรองชนะเลิศ รุ่น -55 กิโล กับ อาจารย์ วัชระ รังษีสุริยันต์ ผู้ฝึกสอนยูโด-มวยปล้ำ จาก นครปฐม ซึ่งเป็นเต็งแชมป์รุ่นนี้ ต่อยครั้งที่ 2 ในชีวิต ต้องมาเจอ กับกระดูกชิ้นใหญ่ซะแล้ว คราวนี้ ผมได้ครูแปรงช่วยสอน จับหัก ให้ 3 วัน ก็ได้ฝักราวๆ 3-4 ชั่วโมงครับก่อนแข่งเอาซะหน่อย และเคาะสนิมที่ห่างการฝึกไปนาน ทำให้เอาตัวรอดจากการถูกจับหักของ อ.วัชระ ไปได้ แต่ก็ไม่วายแพ้คะแนนจนได้ ได้คว้าเหรียญทองแดง มาคล้องคอแทน แล้วอ.วัชระ ก็ได้แชมป์ไปครองตามคาด เสียดาย ผม เกือบ จะได้เข็มขัดอยู่แล้วเชียว นิดเดียวแท้ๆ ไว้คราวหน้า ถ้ามาได้ ผมจะมาแข่งอีกครับ

และ แมตที่ประทับใจที่สุด ก็ แมตที่แข่งกับ อ.วัชระ นี่แหละครับ เหนื่อย หอบ ลุ้น มันส์ มากๆ ครับ

แต่ลองของแล้ว มวยไชยาเราใช้ได้แน่นอนครับ แต่อยู่ที่คนใช้ด้วยว่าจะ ทำได้ตามคำครูที่สอนให้ได้แค่ไหน งานนี้ ดีที่ยังไม่พลาดจังๆ แต่ล้า และเจ็บกล้ามเนื้อจากการซ้อมล่อเป้า ครั้งแรกในชีวิต กับพี่พงษ์ วันเดียว เอง จับหักกับเจ้าเอิร์ธ พี่โอ๋ ซะระบมอยู่เหมือนกัน

งานนี้จริงๆแล้วผมก็มีความกดดันมากอยู่เหมือนกันเพราะ ตอนมารอบแรก ก็คิดว่าจะได้ทำตามความฝันสักครั้ง คิดว่าคงไม่เป็นไร คงไม่มีใครรุ้หรอกน่า เลยแอบลงแข่งเองโดยไม่ได้ขออนุญาติจากครูแปรง ก่อน แถมไม่ได้ซ้อมตามที่ครูเเปรงท่านเคยให้ ตารางซ้อมไว้ให้ด้วย เนื่องจากติดขัดเรื่องเวลาทำงานหลวงอยู่ พอเจอหน้าครู ก่อนแข่ง ผม ก็ ทำหน้าไม่ถูกอยู่เหมือนกันครับ จุดใต้ตำตออย่างจัง งานนั้ผู้จัด เขาเชิญครูแปรง ให้มาสาธิต อาวุธไทยในงานด้วย แถม พี่โอ๋ (สมิงวายุ) ยังลงแข่งอีก ก็เลย งานเข้าครับพี่น้อง

ดีที่รอบรองชนะเลิศ แพ้แบบสูสี แถมคู่แข่งยังเป็นระดับแชป์อีกด้วย เลย รอดตัวไป ไม่งั้น โดนเชือด แหง่มๆ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น